Marketing 5.0 ยังพังได้อีก ส่วนธุรกิจปรับตัวได้คือ ยังปังได้ไม่หยุด

ผมจะจำลอง ว่าเมื่อยุค Marketing5.0มาอะไรจะเกิดขึ้น สมมุติว่าเราอยากจะไปเที่ยวสมุย แล้ว ก็เข้าสั่ง Echo หรือ Google Home ผ่าน Alexa หรือ Google Assitance ว่า ช่วยจัดการ จัดการทริปไปสมุยระหว่างวันที่ 25-30 สิงหาคม โดย Agenda เรามีตามนี้ จากนั้นเครือง ที่บ้าน จะติดต่อกับ เครื่อง โรงแรม สายการบิน รถTranfer ตํ่วเรือ ราชาเฟอร์รี่ จัดสรรให้แล้วเสร็จ ตามเส้นทาง วันและเวลาที่เราระบุ แล้วก็จะเสนอ Options กลับมาที่เรา ว่า มีทางเลือก อยู่สามทาง 
1.ไป Air Asia ไปลงสุราษฎร์ นั่ง Vanไปลงท่าเรือ ดอนสัก แล้วลงเรือไปต่อสมุย ถึงท่าเรือที่สมุยมี รถTransfer ไปส่งที่โรงแรมในเกาะ
2.ไป Bangkok Airway รถโรงแรมมารับที่สนามบินสมุย
3.นั่งรถ VIP Busจากข้าวสาร ไปลงท่าเรือ เข้าเกาะ และ รถรับTransferเข้าไปที่โรงแรม
ราคาเป็นเท่านี้ ส่วนเราก็สั่งเลือกผ่าน เจ้าเครื่องที่บ้านไม่ว่าเป็น Echo . Google Home เห็นว่า นักท่องเที่ยวอาจจะไม่ Search ด้วยซ้ำ ยุค Marketing 5.0 ยังมาไม่ถึง แต่กำลังจะมา และเมื่อมันมา จะมีการปรับตัวจากทุก แพลตฟอร์มมหาศาล Google FB Line จะเปลี่ยนจาก ยุค Mobile Social Media เข้าสู่ยุค AI อย่างแท้จริง เตรียมตัวเผาจริง คนจะตกงานอีกเยอะ ธุรกิจทีีปรับตัวไม่ได้ก็จะไปอีกเยอะ กำไรบริษัทมหาชนก็จะหายและขาดทุนกันอีกเยอะ มันเป็นยุค อัตโนมัติและ M2M Machine to Machine ที่เครื่องมันสื่อสารกันเองอัตโนมัติเบื้องต้น แล้วเสนอทางเลือกให้เราตัดสินใจ ผู้ได้เปรียบคือผู้ทึีมี แอฟหรือ แพลตฟอร์ม ที่พร้อมสื่อสารพูดคุยกับ Agent ในที่นี้คือ เครื่องมือ รับคำสั่งที่บ้าน ที่ รถ หรือข้อมือ ที่เรียกว่าPersonal Virtual Assitance และสื่อสารกับเครื่้องโรงแรม สายการบิน เฟอร์รี่ รถแวน แบบออโต้ และเมื่อมีข้อมูลใน Big Data มากขึ้น เครื่องระบบตลาดของเราก็จะรู้ว่าควรจัดสรร เส้นทางอย่างไร ให้ เข้าคู่กับ โรงแรม สายการบิน รถแวน ภัตตาคาร ตอนนั้นจุดชี้เป็นชี้ตายคือกลยุทธ์ และเครือข่าย การสื่อสารM2M AI ML Deep Learning Big Dataบน Cloud ไม่ใช่ SEO เทคนิคการเปิดแอด Google Ad Youtube FB/IG LAP อาเมน Amen